2010年1月5日火曜日

Alien Registration

พอดีแอบว่างนิดหน่อย เลยไปลงทะเบียนกระเหรี่ยง (ชาวต่างด้าว)
ที่สำนักงานเขตครับ



เดินหาอยู่ซักพักกว่าจะเจอแผนกต่างด้าว



ไปถึงก็กระเหรี่ยงใส่เจ้าหน้าที่เลยครับ 555
เค้าก็บอกให้กรอกนู่นนี่ ทางผมก็งูๆ ปลาๆ ไปตามมีตามเกิด



แป๊บเดียว ก็เสร็จละครับ ไวมาก
จากนั้นก็ไปลงทะเบียนสุขภาพ



อันนี้ที่จริงก็ไวเหมือนกัน แต่ไอ่เบ็งกระเหรี่ยงไม่ได้ยินเค้าเรียกให้ไปรับใบ
เลยนั่งเอ๋อจนคนไปกันหมดแล้ว เค้ามาถามว่ารออะไรอยู่เหรอ
เลยเพิ่งรู้ว่าเค้าเรียกไปตั้งนานแล้ว 555

ได้ใบสุขภาพเสร็จก็ไปเดินเล่นแถวนั้น



ซักพักก็กลับครับ

วันนี้ทำอาหารเองเป็นวันแรก เป็นแกงกระหรี่ครับ
ช่วยกันทำกับคุณ Chou



แอบจืดไปหน่อย



แต่ก็พอกินได้ล่ะนะ

Premium Life

ในที่สุดไอ่เบ็งมันก็ตาสว่าง
รู้จักวิธีสมัคร Premium ของ Nico แบบง่ายๆ ไม่ต้องใช้บัญชีธนาคารได้

ซึ่งนั่นก็คือการใช้ Web Money แทนนั่นเอง



หาซื้อได้ตาม Konbini ทั่วไปครับ มีหลายราคาแล้วแต่จะเลือก
ของ Nico มัน 3 เดือน 1680 เยน ก็เลยไปซื้อแบบ 2000 เยนมา
เติมแล้วเหลือนิดหน่อย เอาไว้ไปใช้รอบต่อไปได้



เป็น Premium ไม่ต้องเข้าคิว upload ไฟล์ หรือเข้าห้อง live แล้ว XD

2010年1月4日月曜日

Moving in

อันนี้จากวันที่ 4 ครับ

ตอนเช้าบอกลาคุณโนโซมิกับคุณโควที่ออกไปทำงาน
จากนั้นก็พาน้องหมาสองตัวออกไปเดินเล่นครั้งสุดท้ายครับ



ต้องคิดถึง (?) แกสองตัวมากๆ เลย T^T

ประมาณเที่ยงก็ทำการเก็บของย้ายออกจากห้องครับ
กระเป๋าหนักสุดๆ เลย โดยเฉพาะตอนเดินขึ้นลงบันได



แอบได้เจอหนุ่มใจดีมาช่วยยกกระเป๋าตอนลงบันไดไปรถไฟใต้ดินสถานี Gotanda ด้วย
เสียดายถ่ายรูปไว้ไม่ทัน (เสียดายมาก ใจดีแล้วยัง หล่อด้วย XD)

สุดท้ายในที่สุดก็มาถึงจนได้



มีเจ้าหน้าที่คุณ Tsuna มารับ แล้วก็พาไปที่ห้อง



ใหญ่พอสมควร สำหรับห้องในญี่ปุ่นเลยแฮะ
(ก็แหงล่ะ อยู่ตั้ง 5 คนนี่เนอะ 555)



มีโต๊ะ มีครัวพร้อม



ส่วนอันนี้ห้องผมครับ



อยู่กับเมทชาวฮ่องกง แต่ตอนนี้เค้าไม่อยู่ กลับประเทศไปช่วงปีใหม่
ก็เลยต้องอยู่คนเดียว (เริ่งร่า) ไปก่อน

ส่วนอันนี้ที่อยู่ครับ



〒143-0025東京都大田区南馬込1丁目6-4 メゾン南松原501号

Room Number 501, Meson Minami-Matsubara, 1-6-4 Minami-Magome, Ohta-ku, Tokyo, JAPAN Postal Code 143-0025

ใครจะมาดักตีหัวก็ตามสบายเลยนะครับ 555

ในห้องนอกจากผมก็จะมีคนไต้หวันห้องนอนข้างๆ อีกคน
กับน้องเอก คนไทย อยู่ห้องเดี่ยวข้างๆ ประตูทางเข้าครับ



ตอนเย็นน้องเอกออกไปทานข้าวกับครอบครับที่มาเยี่ยม
ส่วนผมก็ไปแวะ Konbini กับคุณ Chou คนไต้หวันหาข้าวเย็นกินครับ



ปล. คุณ Chou เค้าเป็นนักวาดแหละ งามเมพโคตรเลย XD

blog เค้า
http://blog.yam.com/simatu

ปล.2 เค้าให้โปรเตอร์แบบอันยาวๆ ที่เห็นใน blog วันที่ 16 ตุลามาด้วยล่ะ น่ารักมากๆ

2010年1月3日日曜日

Mist Again

ฮะๆ แอบหายไปหลายวันเลย กลับมารวบยอดอัพละกันนะครับ
blogger นี้ก็ดีอย่างนึงที่มันปรับเวลา post ได้ เลยโพสย้อนหลังไม่มีปัญหา

อันนี้ของวันที่ 3 ครับ



หลังจากนั่งชิวที่ Starbockกับคุณ Nozomi แล้ว
ผมก็ออกไปเริ่งร่าเดินเที่ยวอีกครั้ง
สุดท้ายก็ไปลงเอยที่ Akihabara อีกแล้ว 555

พอดีเดินไปเจอร้าน Gachapon เลยลองกดเล่นดู
ไปเจอตู้แหวน Reborn ก็ลองไปกดดู (200 เยนเอง)
ปรากฏว่าได้เจ้านี่มา



ลองย้อนกลับไปเมื่อปี 2008 ที่เคยโพส entry นี้ไว้

My Vongola Ring Type



ยังไงก็เป็นหมอกสินะ ฮะๆ

Chilling Out

เมื่อกี้ไป Meji Shrine (อีกรอบ) กับคุณโนโซมิครับ



แต่ว่าคนเยอะสุดๆ ไปเลย (เห็นพี่แกบอกว่าเยอะกว่าเมื่อวานอีก) ผมไปมาวันก่อนกับคุณอากิโกะแล้ว ส่วนคุณโนโซมิบอกว่าพรุ่งนี้เค้าพอมีเวลากลับมาอีกรอบ เลยไม่ได้เข้าไปครับ



ตอนนี้ออกมานั่งชิวอยู่ที่ Starbuck ครับ พิมพ์จากเครื่องผมแล้วเอามาโพสขึ้นเน็ตในเครื่องของคุณโนโซมิที่ใช้ Aircard ต่อเน็ตอยู่ ชักอยากสมัครบริการแบบนี้มั่งแฮะ เดี๋ยวคงต้องรออะไรๆ ลงตัวก่อนแล้วค่อยหาเวลาไปหาข้อมูล

2010年1月2日土曜日

Killing Time

ระหว่างที่รอหอเปิดวันที่ 4 ถึงจะย้ายเข้าไปได้ ตอนนี้ก็ต้องหาอะไรทำฆ่าเวลาไปก่อน

เนื่องจากคุณโนโซมิ กับคุณโคว มีงานทั้งคู่ (ลำบากเนอะ) ไม่อยากไปรบกวนเค้ามาก เลยไปเดินทัวร์รอบเมืองคนเดียว

วันนี้ (2 มกรา) ก็ไปประเดิมเดินที่ชิบูย่าครับ



คนเยอะเป็นมดจริงๆ ถึงขนาดที่บางห้าง เช่น 109 ต้องจัดเจ้าหน้าที่มากันทางเดินให้คนเข้าห้างเลยทีเดียว

อย่างที่อาจจะพอทราบกันว่าช่วงนี้เป็นช่วง Grand Sale ประจำปีของร้านค้าต่างๆ คนเลยออกมา Shopping กันถ้วนหน้า ผมก็ไปเดินดูของเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ซื้ออะไรหรอก 555 เพราะถึงขนาดยี่ห้องถูกๆ อย่างเช่น Uniclo ก็ยังนับว่าแพงสำหรับผมอยู่ดี แล้วผมก็เอาเสื้อผ้ามาจากบ้านเยอะพอสมควรละเหมือนกัน



ก็เดินแถวๆ ชิยูย่าพอหอมปากหอมคอ ไปถ่ายรูปกับน้องหมา Hachiko (ที่จริงก็เดินตามเส้นทางในเกม The World Ends With You เลย 555) จากนั้นก็ตัดสินใจขึ้นรถไฟไปเดินอากิฮาบาร่าครับ



แอบรู้สึกว่าตัวเองโอตาคุจัดยังไงไม่รู้ที่อยู่ๆ ก็อยากมาเดินอากิฮาบาร่า 555 คนเยอะไม่แพ้ที่ชิบูยะเลย แต่คนโตเกียวเดินเร็วเลยไม่ค่อยรู้สึกอะไรมาก เดินร่อนไปร่อนมาได้สบายมาก ก็ไม่ค่อยได้ซื้ออะไรมากนอกจากไมค์คอนเดนเซอร์กับของกิน ^^

ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าก็มีเยอะมาก แต่ราคาก็แพงมากเหมือนกัน T^T ส่วนร้านการ์ตูนก็มีอย่างที่คิดไว้ การ์ตูน 18+ เกลื่อน XD แต่ว่าหาแนวที่อยากได้ไม่มีแฮะ มีแต่แบบปกติ แบบยูริ กับวายแบบหนุ่มหน้าหวาน สงสัยแบบที่อยากได้คงซ่อนอยู่หลืบไหนซักหลืบของที่นี่แน่ๆ ไว้ต้องหาเวลาไปเดินสำรวจอีกรอบ

2010年1月1日金曜日

Japanese-Style New Year

ฮะๆ แอบมาโพสช้าไปหน่อย เพราะว่าตอนนี้กลับมาโตเกียวแล้วที่แมนชั่นคุณโนโซมิไม่มีเน็ต (ต้องไปหาเล่นเอาตามร้านเน็ต ไม่ก็ต้องใช้ Air Card ต่อเอา) แถมยังลืมแบตโน้ตบุ๊คไว้ที่นาโกย่าอีก เลยต้องใช้เครื่องเล็กพิมพ์แทน (แต่ก็ยังดีที่มีคอมพ์ 2 เครื่อง 555)

มาเข้าเรื่องกันดีกว่า

นับว่าผมโชคดีมากๆ เลยที่มีโอกาสได้สัมผัสการฉลองปีใหม่แบบคนญี่ปุ่นแท้ๆ ตอนไปเยี่ยมบ้านเกิดของคุณโนโซมิที่นาโกย่า ให้อารมณ์ต่างจากเทศกาลปีใหม่ไทย (สงกรานต์) พอสมควร แต่ก็อบอุ่นไม่แพ้กันเลยครับ

ในคืนวันที่ 31 ทุกคนในครอบครัวจะมารวมตัวกันที่บ้านพ่อแม่ อย่างในวันนี้ครอบครัวน้องชายคุณโนโซมิก็มารวมตัวกับพวกเราด้วย ทางบ้านนั้นมีลูกชายกับลูกสาวอายุ 5 ขวบกับ (อีก 2 วัน) 4 ขวบด้วย เลยค่อนข้างครึกครื้นกันเป็นพิเศษ (พูดเก่งอีกตะหาก ภาษาผมสู้ไม่ได้เลย 555 นั่งเอ๋อกับประโยคที่น้องเค้าพูดจนน้องเค้าต้องพูดย้ำหลายรอบอยู่เหมือนกัน)



อาหารเย็นวันนี้เป็นสุกี้ยากี้ครับ อร่อยสุดๆ กินกันพุงกางเลยทีเดียว คุณแม่คุณโนโซมิเค้าบริการเต็มที่เลย (เค้ารอจนทุกคนกินเสร็จหมด ถึงค่อยมากิน ช่างมีเลือดแม่บ้านเข้มข้นจริงๆ T^T)

หลังจากกินกันเสร็จแล้วก็นั่งเล่น นั่งดูทีวีกัน ซักพักทางบ้านน้องชายคุณโนโซมิก็แยกตัวกลับไป แล้วทางบ้านนี้ก็นั่งดูทีวีด้วยกันต่อจนใกล้ๆ เที่ยงคืน จึงออกจากบ้านไปวัดชินโตใกล้ๆ บ้านครับ



คนรอเข้าคิวยาวมากเลยครับ นาฬิกาตีเที่ยงคืนตอนที่พวกเรายังยืนรอคิวอยู่เลย



พอไปถึงข้างบนพวกเราก็โยนเหรียญลงไปในกล่อง พนมมือขอพรแล้วก็ไปเขย่ากระดิ่งบอกพระเจ้าก็เป็นอันเสร็จ



จากนั้นก็ไปรับสาเกจากซุ้มของทางวัดมายืนดื่มกันที่หน้ากองไฟครับ



อากาศตอนนั้นหนาวสุดๆ คิดว่าคงใกล้ๆ 0 องศาล่ะครับ เพราะเห็นเหมือนมีหิมะตกลงมาหน่อยๆ

คนเยอะ สุดๆ ไปเลย

ซักพักพวกเราก็แวะไปซื้อเครื่องรางกันแล้วก็เคลื่อนพลกลับบ้านเข้านอนครับ



วันรุ่งขึ้น 1 มกราคม ตื่นเช้ามาทางคุณแม่คุณโนโซมิเค้าก็เตรียมอาหารสำหรับวันขึ้นปีใหม่ครับ





คุณแม่เค้าก็อธิบายความหมายของอาหารแต่ละอย่างมายาวเหยียด ไอ่เบ็งก็ฟังได้บ้างไม่ได้บ้าง 555 รู้สึกอยากเรียนภาษาญี่ปุ่นให้เก่งกว่านี้ไวๆ จริงๆ









ที่พอจำได้ก็จะมีถั่ว (มาเมะ) ที่หมายถึงการก้าวไปข้างหน้าทีละขั้น ละขั้น รากบัวที่เป็นรูๆ ที่หมายถึงการทำให้สามารถมองเห็นอนาคตได้ นอกจากนั้นก็มีไข่ปลา (คาซุโนะโกะ) ปลาอบกรอบ ผักดอง ซุปโมจิ สาหร่ายคอมบุ และอีกหลายอย่างที่ฟังความหมายไม่ทัน ซึ่งเดี๋ยวคงต้องไป search หาข้อมูลมาอ่านบ้างซะละ 555



ที่พิเศษก็คือตะเกียบที่ใช้กินอาหารเหล่านั้นจะใช้ตะเกียบธรรมดาไม่ได้ จะต้องใช้ตะเกียบที่มีด้านมน 2 ด้านแทน เห็นคุณแม่คุณโนโซมิบอกว่าตะเกียบแบบนี้เอาไว้ใช้แค่ในช่วงปีใหม่เท่านั้น เป็นตะเกียบจากพระเจ้า ใช้คู่กับที่วางตะเกียบพิเศษที่เป็นลูกข่าง

หลังจากกินข้าวกันเสร็จแล้วก็นั่งชิวกันครับ ทางคุณแม่คุณโนโซมิเค้าก็พยายามชวนผมคุย ท่านน่ารักมากๆ เลย พยายามใช้ภาษาญี่ปุ่นง่ายๆ ที่ผมน่าจะพอเข้าใจ อันไหนยากเกินไปแกก็ใช้ภาษามือช่วย ไม่งั้นก็ไปเรียกคุณโนโซมิมาแปลเป็นอังกฤษให้ผมฟัง เห็นเค้าเล่าว่าช่วงปีใหม่นี้เป็นช่วงที่คนทุกคนโดยเฉพาะแม่บ้านจะได้หยุดพักกันหลังจากเหนื่อยมาทั้งปีแล้ว บรรยากาศทั้งเมืองจะเงียบเชียบเลย เพราะทุกคนหยุดอยู่บ้านกันหมด



พอตกบ่ายใกล้เวลากลับแล้ว ทางบ้านนี้เค้าก็ไปเยี่ยมหลุมศพบรรพบุรุษกันครับ คล้ายๆ กับทางของจีนที่จะมีเอาดอกไม้มาวางไว้แล้วก็ตักน้ำมารดหลุมศพกัน

จากนั้นผมกับคุณโนโซมิก็ขอตัวกลับ ร่ำลากันเสร็จแล้วก็ขึ้นชินคังเซ็นกลับโตเกียวเป็นอันจบทริปเยี่ยมนาโกย่าในครั้งนี้ครับ


ปล. ระหว่างทางเห็นภูเขาไฟฟูจิด้วยล่ะ ซักวันต้องหาโอกาสไปมั่ง



ปล.2 ตอนเย็นคุณ Akiko ชวนพาน้องหมา 2 ตัวไปเดินเล่นกัน ได้เดินไปถึงสถานี Ebisu ด้วย



ปล.3 เมื่อเช้านั่งอ่านหนังสือพิมพ์เห็นดาราแถวนี้คุ้นๆ ด้วยล่ะ เดี๋ยวนี้ดังนะพวกเธอว์เนี่ย XD