2010年1月1日金曜日

Japanese-Style New Year

ฮะๆ แอบมาโพสช้าไปหน่อย เพราะว่าตอนนี้กลับมาโตเกียวแล้วที่แมนชั่นคุณโนโซมิไม่มีเน็ต (ต้องไปหาเล่นเอาตามร้านเน็ต ไม่ก็ต้องใช้ Air Card ต่อเอา) แถมยังลืมแบตโน้ตบุ๊คไว้ที่นาโกย่าอีก เลยต้องใช้เครื่องเล็กพิมพ์แทน (แต่ก็ยังดีที่มีคอมพ์ 2 เครื่อง 555)

มาเข้าเรื่องกันดีกว่า

นับว่าผมโชคดีมากๆ เลยที่มีโอกาสได้สัมผัสการฉลองปีใหม่แบบคนญี่ปุ่นแท้ๆ ตอนไปเยี่ยมบ้านเกิดของคุณโนโซมิที่นาโกย่า ให้อารมณ์ต่างจากเทศกาลปีใหม่ไทย (สงกรานต์) พอสมควร แต่ก็อบอุ่นไม่แพ้กันเลยครับ

ในคืนวันที่ 31 ทุกคนในครอบครัวจะมารวมตัวกันที่บ้านพ่อแม่ อย่างในวันนี้ครอบครัวน้องชายคุณโนโซมิก็มารวมตัวกับพวกเราด้วย ทางบ้านนั้นมีลูกชายกับลูกสาวอายุ 5 ขวบกับ (อีก 2 วัน) 4 ขวบด้วย เลยค่อนข้างครึกครื้นกันเป็นพิเศษ (พูดเก่งอีกตะหาก ภาษาผมสู้ไม่ได้เลย 555 นั่งเอ๋อกับประโยคที่น้องเค้าพูดจนน้องเค้าต้องพูดย้ำหลายรอบอยู่เหมือนกัน)



อาหารเย็นวันนี้เป็นสุกี้ยากี้ครับ อร่อยสุดๆ กินกันพุงกางเลยทีเดียว คุณแม่คุณโนโซมิเค้าบริการเต็มที่เลย (เค้ารอจนทุกคนกินเสร็จหมด ถึงค่อยมากิน ช่างมีเลือดแม่บ้านเข้มข้นจริงๆ T^T)

หลังจากกินกันเสร็จแล้วก็นั่งเล่น นั่งดูทีวีกัน ซักพักทางบ้านน้องชายคุณโนโซมิก็แยกตัวกลับไป แล้วทางบ้านนี้ก็นั่งดูทีวีด้วยกันต่อจนใกล้ๆ เที่ยงคืน จึงออกจากบ้านไปวัดชินโตใกล้ๆ บ้านครับ



คนรอเข้าคิวยาวมากเลยครับ นาฬิกาตีเที่ยงคืนตอนที่พวกเรายังยืนรอคิวอยู่เลย



พอไปถึงข้างบนพวกเราก็โยนเหรียญลงไปในกล่อง พนมมือขอพรแล้วก็ไปเขย่ากระดิ่งบอกพระเจ้าก็เป็นอันเสร็จ



จากนั้นก็ไปรับสาเกจากซุ้มของทางวัดมายืนดื่มกันที่หน้ากองไฟครับ



อากาศตอนนั้นหนาวสุดๆ คิดว่าคงใกล้ๆ 0 องศาล่ะครับ เพราะเห็นเหมือนมีหิมะตกลงมาหน่อยๆ

คนเยอะ สุดๆ ไปเลย

ซักพักพวกเราก็แวะไปซื้อเครื่องรางกันแล้วก็เคลื่อนพลกลับบ้านเข้านอนครับ



วันรุ่งขึ้น 1 มกราคม ตื่นเช้ามาทางคุณแม่คุณโนโซมิเค้าก็เตรียมอาหารสำหรับวันขึ้นปีใหม่ครับ





คุณแม่เค้าก็อธิบายความหมายของอาหารแต่ละอย่างมายาวเหยียด ไอ่เบ็งก็ฟังได้บ้างไม่ได้บ้าง 555 รู้สึกอยากเรียนภาษาญี่ปุ่นให้เก่งกว่านี้ไวๆ จริงๆ









ที่พอจำได้ก็จะมีถั่ว (มาเมะ) ที่หมายถึงการก้าวไปข้างหน้าทีละขั้น ละขั้น รากบัวที่เป็นรูๆ ที่หมายถึงการทำให้สามารถมองเห็นอนาคตได้ นอกจากนั้นก็มีไข่ปลา (คาซุโนะโกะ) ปลาอบกรอบ ผักดอง ซุปโมจิ สาหร่ายคอมบุ และอีกหลายอย่างที่ฟังความหมายไม่ทัน ซึ่งเดี๋ยวคงต้องไป search หาข้อมูลมาอ่านบ้างซะละ 555



ที่พิเศษก็คือตะเกียบที่ใช้กินอาหารเหล่านั้นจะใช้ตะเกียบธรรมดาไม่ได้ จะต้องใช้ตะเกียบที่มีด้านมน 2 ด้านแทน เห็นคุณแม่คุณโนโซมิบอกว่าตะเกียบแบบนี้เอาไว้ใช้แค่ในช่วงปีใหม่เท่านั้น เป็นตะเกียบจากพระเจ้า ใช้คู่กับที่วางตะเกียบพิเศษที่เป็นลูกข่าง

หลังจากกินข้าวกันเสร็จแล้วก็นั่งชิวกันครับ ทางคุณแม่คุณโนโซมิเค้าก็พยายามชวนผมคุย ท่านน่ารักมากๆ เลย พยายามใช้ภาษาญี่ปุ่นง่ายๆ ที่ผมน่าจะพอเข้าใจ อันไหนยากเกินไปแกก็ใช้ภาษามือช่วย ไม่งั้นก็ไปเรียกคุณโนโซมิมาแปลเป็นอังกฤษให้ผมฟัง เห็นเค้าเล่าว่าช่วงปีใหม่นี้เป็นช่วงที่คนทุกคนโดยเฉพาะแม่บ้านจะได้หยุดพักกันหลังจากเหนื่อยมาทั้งปีแล้ว บรรยากาศทั้งเมืองจะเงียบเชียบเลย เพราะทุกคนหยุดอยู่บ้านกันหมด



พอตกบ่ายใกล้เวลากลับแล้ว ทางบ้านนี้เค้าก็ไปเยี่ยมหลุมศพบรรพบุรุษกันครับ คล้ายๆ กับทางของจีนที่จะมีเอาดอกไม้มาวางไว้แล้วก็ตักน้ำมารดหลุมศพกัน

จากนั้นผมกับคุณโนโซมิก็ขอตัวกลับ ร่ำลากันเสร็จแล้วก็ขึ้นชินคังเซ็นกลับโตเกียวเป็นอันจบทริปเยี่ยมนาโกย่าในครั้งนี้ครับ


ปล. ระหว่างทางเห็นภูเขาไฟฟูจิด้วยล่ะ ซักวันต้องหาโอกาสไปมั่ง



ปล.2 ตอนเย็นคุณ Akiko ชวนพาน้องหมา 2 ตัวไปเดินเล่นกัน ได้เดินไปถึงสถานี Ebisu ด้วย



ปล.3 เมื่อเช้านั่งอ่านหนังสือพิมพ์เห็นดาราแถวนี้คุ้นๆ ด้วยล่ะ เดี๋ยวนี้ดังนะพวกเธอว์เนี่ย XD

0 件のコメント:

コメントを投稿