ラベル akihabara の投稿を表示しています。 すべての投稿を表示
ラベル akihabara の投稿を表示しています。 すべての投稿を表示

2010年7月15日木曜日

New Camera

หลังๆ แอบรู้สึกว่า blog นี้แทนที่จะเป็นอัพเรื่องไร้สาระสั้นๆ
ก็กลายเป็นที่อัพ entry ยาวๆ เพื่อไปลง exteen แทนซะงั้น
(เพราะ exteen เข้ายาก ด๋อยบ่อย)

เพราะฉะนั้นเราจะต้องทำการปฏิวัติ blog
กลับมาอัพไร้สาระเหมือนเดิม!!




ก็ตามหัวเรื่องล่ะ ไปซื้อกล้องใหม่มาแล้ว
หลัวจากกลับไทยไปสอบทุนมองมา 2 วัน
แล้วดันลืมกล้องไว้ที่บ้าน!!

เลยรวดซื้อกล้องใหม่ซะเลย
เจ้า lumix ตัวนั้นก็ตั้งเกือบ 3 ปีละ
ที่จริงมันก็ไม่ค่อยนานเท่าไหร่อ่ะนะ แต่มันสู้แรงกิเลศไม่ได้ 555+

2010年1月30日土曜日

Sumo @Ryogoku

วันนี้ได้มีโอกาสไปดูการแข่งซูโม่สดๆ มาครับ

คือว่าทางโรงเรียนเค้าได้ตั๋วเช้าชมซูโม่มาจำนวนหนึ่ง
เค้าเลยเอามาแจกนักเรียนให้ไปดูกันเป็นประสบการณ์ครับ



วันนี้เลยตื่นแต่เช้ามาทำปิ่นโตเอาไปนั่งกินระหว่างชม
(แอบง่วงนิดหน่อย เพราะเมื่อคืนดูไลฟ์คุณวังโกะถึงตี 5 555+)



นั่งรถไฟจากหอตามสาย Asakusa ไปแล้ว
ไปเปลี่ยนเป็นสาย Sobu ที่สถานี Asakusabashi
แล้วไปลงที่สถานี Ryogoku (両国) ครับ



แอบไปถึงช้ากว่าที่นัดนิดนึง ประมาณเที่ยงสิบนาที
(อาจารย์เค้านัดเที่ยง)

แต่เนื่องจากนักเรียนต่างก็ทะยอยๆ กันมา
อาจารย์เค้าต้องพาเข้าไปทีละส่วนๆ ก็เลยไม่เป็นไร
ตอนที่ออกจากสถานีรถไฟมา อาจารย์ก็กำลังวนมารับนักเรียนกลุ่มใหม่พอดี
รอดตัวไป 555



อาคารที่แข่งซูโม่จะอยู่ห่างจากสถานีไปเล็กน้อย
หอนี้ชื่อ Ryougoku Kokugikan ครับ
เป็นสถานที่แข่งซูโม่หลักของญี่ปุ่นเลย



พวกเราก็เป็นเด็กดี เดินตามอาจารย์เป็นขบวน



ตรงทางเข้าเห็นเค้าปักธงอะไรไว้เต็มไปหมดเลย
ดูจาก Wiki รู้สึกว่าเค้าจะเรียกว่าธง Nobori นะ
อย่างที่เห็นในหนังหรือการ์ตูนสงครามสมัยโบราณของญี่ปุ่น



หลังจากยื่นตั๋วเข้ามาในบริเวณแล้วก็มารวมกลุ่มกับนักเรียนคนอื่นๆ



นักเรียนห้องผมมากันเยอะเป็นขบวนเลย
มีกลุ่มคนจีน 5 คน คนเกาหลี 4 คน
แล้วก็กลุ่มผมคนไทย 3 คน + น้องเอกที่เป็นรูมเมทผมอีกคน



ถ่ายรูปกันพอหอมปากหอมคอกันแล้วจึงเคลื่อนทัพเข้าไปในอาคารครับ



hall กว้างมาก มีอยู่ 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นที่นั่งบนฟูก
ส่วนชั้นบนจะเป็นเก้าอี้ธรรมดาครับ



พวกผมโชคดีตอนเค้าแจกตั๋ว จับฉลากได้ที่นั่งด้านล่าง (ซึ่งแพงกว่า)
ได้เป็นที่นั่งฝั่งตะวันออกเบอร์ 15-13 ครับ
แอบอยู่หลังโคตรๆ แต่ก็พอเข้าใจเพราะเป็นตั๋วฟรี 555
ถึงจะไกลแต่ก็พอมองเห็นอยู่ครับ



สถาพเวทีซูโม่ครับ
ที่อ่านดูจาก Wiki บอกว่าเป็นวงเชือกฟางขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4.55 เมตร
พื้นที่ 16.26 ตารางเมตร ที่วางอยู่บนเวทีดินเหนียวปนทรายครับ



แล้วก็จะมีหลังคาคล้ายของวัดชินโตห้อยอยู่ด้านบนเหนือตัวเวทีด้วยครับ



ช่วงแรกๆ ที่ยังไม่มีอะไรพวกเราก็ทำการเปิบอาหารที่เตรียมมากัน
มีแค่ของผมกับน้องเอกที่เตรียมมากันเอง
ส่วนอีกสองสาวคนไทยที่นั่งด้วยกันซื้อมาจากคอนบินิครับ
(เอ... มันควรจะกลับกันใช่มั้ย 555)



ช่วงนี้ก็เฮฮาปาร์ตี้กันไป
มีเอาไปแบ่งให้กลุ่มเพื่อนชาวเกาหลีที่นั่งอยู่ล็อตข้างๆ ด้วย



ทางนั้นเค้าไม่ค่อยได้เตรียมอาหารมากันเท่าไหร่
แต่กล้องแต่ละคนนี้ DSLR กันทั้งนั้นเลยครับ
เตรียมมาถ่ายกันเต็มที่



ชุดกรรมการเท่ห์มาก



ช่วงๆ แรกๆ จะเป็นการแข่งของนักซูโม่ระดับล่างๆ ครับ เลยไม่ค่อยมีใครดูเท่าไหร่



แต่ก็สนุกดีนะครับ
โดยเฉพาะตอนนั่งลุ้นว่าฝ่ายไหนจะชาร์จเข้าหาอีกฝ่ายได้ก่อน
แล้วพอชาร์จเสร็จจะผลักอีกฝ่ายออกได้มั้ย
หรือว่าตัวเองจะเสียหลักโดนปัดล้มซะเอง
(แบบอันหลังนี่โคตรฮา)



กรรมการมีอยู่หลายคน ชุดก็สีต่างกันไป



สวยๆ ทั้งนั้น



แต่คนสวยไม่สนค่ะ เจ้แกกินอย่างเดียว

หลังจากผ่านไปได้ซักพักก็เข้าสู่ช่วงพิเศษของงานวันนี้



คือพิธีการเกษียณของนักซูโม่คนหนึ่ง
ชื่อคุณ Outsukasa Nobuhide (皇司 信秀) ครับ



ทำพิธีโดยการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากวงการต่างๆ มาตัดผมของคุณซูโม่คนนี้
ทีละคนๆ รวมทั้งหมดก็หลายสิบคนอยู่เหมือนกัน

ตรงนี้กินเวลาร่วมๆ สองชั่วโมงเลยทีเดียว
(นานโคตรๆ)



พวกเพื่อนเกาหลีกับจีนเค้ารอไม่ไหวเลยขอกลับก่อน
(ที่จริงไปเล่นไอซ์สเก็ตกัน)

ตอนแรกผมก็เกือบจะกลับเหมือนกัน
แต่ด้วยความเสียดายบัตร (ถึงจะฟรีก็เหอะ)
ก็เลยขออยู่ดูต่อครับ



รอไป (โคตร) นาน กว่าเค้าจะมาตัดผมครบหมดทุกคน
จนสุดท้ายเค้าก็หรี่ไฟในสนาม



แล้วนักซูโม่เกษียณคนใหม่ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น



หลังจากพิธีเสร็จไป เค้าก็จะเริ่มแข่งกันละครับ
แต่ก่อนอื่นก็ต้องมาทำพิธีเข้าเวทีกันก่อน
โดยการเดินเข้ามายืนวนเป็นวงกลมรอบเวทีครับ



พวกผมก็อยากถ่ายรูปกันเลยลงไปด้านล่าง ใกล้ๆ เวที
ยืนดู ยืนถ่ายรูปกันตรงทางเดินครับ
ซึ่งตรงนี้ใครจะมายืนก็ได้

จนพาลคิดเอาไปว่า แทนที่จะซื้อตั๋วแพงๆ
ไปซื้อตั๋วถูกๆ แล้วทนยืนตรงทางเดินใกล้ๆ เวทีจะดีกว่ามั้ย =___=
ประหยัดเงินกว่ากันเยอะเลย



หลังจากเค้าล้อมวงกันเสร็จลงเวทีกันไปแล้ว
ก็จะมีตัวแทนจากกลุ่ม แต่ละกลุ่มขึ้นมารำ (?) ครับ
อารมณ์เดียวกับไหว้ครูของมวยไทยบ้านเราล่ะมั้งครับ

เห็นเค้ามีถือดาบ ถือคันธนู อะไรด้วย
แต่ผมไม่รู้เรื่องงงง T^T
คงเป็นสัญลักษณ์อะไรของฝ่ายที่มาแข่งกันล่ะมั้งครับ



แต่ะฝ่ายก็ต่างส่งนักซูโม่ออกมารำ
ดูอลังการดีครับ



เสร็จแล้วพนักงานก็มาเตรียมเวที



พอได้เวลาคุณกรรมการก็ออกมาเปิดแมตช์
ฟังไม่รู้เรื่องว่าเค้าพูดอะไร แต่ก็ฟังดูขลังดีครับ



นักซูโม่ก็ออกมาประจันหน้ากัน

แล้วก็ทำพิธีก่อนต่อสู้ต่างๆ เช่นดื่มน้ำจากกระบวย
เอาเกลือมาสาดใส่เวที (ถ่ายไม่เคยทัน ช็อตนั้น 555)



แล้วก็เตรียมพร้อม...



สู้กันเลย!



พุ่งเข้าใส่กันน่ากลัวมาก



ดันกันไม่นาน



ก็ได้ผู้ชนะแล้ว!!

คิดๆ ไปก็น่าสงสารคนแพ้อยู่เหมือนกันนะครับ
ซ้อมมาเป็นปีๆ ผลแพ้ชนะตัดสินกันแค่ภายในไม่กี่วิเอง

แล้วเค้าก็แข่งกันไปเป็นคู่ๆ แบบ tournament ไปเรื่อยๆ ครับ



ขอข้ามไปคู่สุดท้ายเลยดีกว่า



อันนี้อัดเป็น video ได้เลยครับ
เป็นคู่ที่เชียร์กันมันส์มาก
เพราะกว่าจะล้มกันได้นี่เป็นนาทีๆ เลย
ไม่เหมือนคู่อื่นที่ไม่กี่วิก็จบกันซะละ

พอเสร็จงานทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้านครับ



แอบถ่่ายรูปตัวเองคู่กับเวทีซักหน่อย
ไม่รู้ว่าจะได้มีโอกาสมาอีกรึเปล่า

ต้องขอขอบคุณทางโรงเรียน Tokyo Galaxy จริงๆ
ที่ให้โอกาสกระเหรี่ยงไทยน้อยๆ ได้มาชมกีฬาประจำชาติญี่ปุ่นแบบสดๆ กันแบบนี้

ว่าแต่วันจันทร์เดี๋ยวก็ต้องโดนอาจารย์ประจำห้องสัมภาษณ์สินะ 555
สงสัยท่าจะต้องแต่งประโยคไปจากบ้าน ถ้าดั้นสดตายแน่ๆ


ก่อนกลับบ้านผมกับน้องเอกก็แวะไปอากิฮาบาร่ากันครับ
เพราะมันอยู่ใกล้กันนิดเดียว (ห่างจาก Ryougoku ไปแค่ 2 สถานี)



เดินดูของ ซื้อนู่น ซื้อนี่ แล้วก็กินอาหารเย็นครับ



อร่อยโคตรๆ แต่ก็แพงโคตรๆ เช่นเดียวกัน

แกลบ จนไม่รู้จะแกลบยังไงแล้วตอนนี้
แต่ก็ยังกินไปได้ ซื้อของไปได้เนอะ 555



ซื้อฟิกเกอร์กล่องสุ่มมาครับ
กล่องจะ 315 เยน เอง (?)
(ก็เห็นแล้วอยากได้อ่าา T^T)



ได้มะนาวต่างดุ๊ดมาเป็นแพ็คคู่สองเลย
อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น 555



เอาเป็นว่าวันนี้จบไว้เท่านี้ก่อนละกันนะครับ
เหนื่อยมากๆ แต่ก็สนุกมากๆ เหมือนกัน
ไว้เดี๋ยวมีอะไรน่าสนใจอีกจะมาเล่าให้ฟังกันอีกนะครับ

2010年1月15日金曜日

Spending Spree

วันนี้เรียนกับอาจารย์โคบายาชิอีกรอบ
เริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ อีกแล้ว ....OTL
โดยเฉพาะตรงช่วง 会話 ที่ให้แต่งบทสนทนาออกไปพูดหน้าห้อง
กระเหรี่ยงมากๆ พูดแปลกๆ ออกไปจนขำกันทั้งห้องเลย 555
(พูดไปนั่น ที่จริงก็ขำกันเกือบทุกคู่นั่นแหละ)



คนซ้ายในรูปนั่นชื่อ ซือนัม ซัง เป้นคนเกาหลี
ชอบใส่ฮู้ดในห้องเรียน ดูเป็นเด็กแนวนิดๆ หน้าก็เด็กด้วย
แต่ที่จริงพี่แกอายุ 26 = [] ="

คนเราเดาอายุจากหน้าไม่ได้เลยจริงๆ

หลังจากเรียนเสร็จวันนี้ก็ไปเดินอากิฮาบาระครับ



กินอาหารเอาแรงก่อน
แล้วก็ดินหา CD เพลงของวง Tanabata ให้ทั่วเลย

ปรากฏว่าหาไม่เจอ OTL
ได้อย่างอื่นมาแทนเพียบเลย 555

แต่อย่างน้อยก็ได้เห็นนี่



รถแบบนี้มีคนกล้าขับจริงๆ สินะ

เดินไปเดินมาหิว
หาของกินสนองปากด้วย (หาเรื่องอ้วน XD)



อร่อยโคตรๆ แต่ก็แอบแพงอยู่เหมือนกัน (เมื่อคิดเป็นเงินไทย)

อยากให้ใบอนุญาติทำงานพิเศษผ่านไวๆ จัง
จะไ้ด้ทำงานมาหาเลี้ยงกิเลศได้ซักที 555


มาดูความเสียหายวันนี้ดีกว่า



เริ่มมาก็การ์ตูน Y (?)
เจ้าเกี๊ยวกับโคอิสึมิคุง
เห็นปกแล้วอดใจไม่ซื้อไม่ได้จริงๆ ^ w ^

ถัดมาก็ เนื่องจากหา CD ใหม่วง Tanabata ไม่เจอ



เลยซื้อ CD เพลง World's End Garden
ที่เห็นหลายๆ คน อยากได้กันมาแทน
feat. หลายคนน่าฟังมากๆ โดยเฉพาะคุณ らっぷびと กับคุณ ill.bell



แอบ rip มาเรียบร้อยแล้ว 555
ใครสนใจก็เดลล่างมอนะครับ

ถัดมาก็เจ้านี่



Final Fantasy 13 Elixir



ที่จริงตัว Elixir ก็มีขายตาม Konbini ทั่วไปนะ
แต่ที่อยากได้น่ะคือ figure ที่แถมมาตะหาก XD



ได้อาเจ้บาฮามุต Oerba Yun Fang แฮะ



ประกอบเสร็จแล้วแอบเท่ห์ดี

อยากได้ตัวอื่นๆ อีก แต่กว่าจะสะสมครบคงหมดไปหลายตังค์ 555
ไว้รอมีเงินก่อนละกันเน่อ T^T

สุดท้าย



แกะถุงไม่ได้ เพราะ 18+
555+

ไปจิ้นกันเองละกันเน่อว่าไอ่เบ็งซื้ออะไรมา :P

แฮ่~


ช่วงนี้รู้สึกว่าตัวเองเสื่อมๆ ขึ้นยังไงก็ไม่รู้
ดูจากที่พิมพ์คุยในไก่ทุกวันนี้
แล้วก็พฤติกรรมการเดินเข้าร้านในอากิฮาบาระของตัวเอง

เหมือนจะดีตรงเป็นคนเฮฮา เป็นผู้ใหญ่(?) เข้าสังคมได้มากขึ้น
แต่มาคิดดูมันก็ยังเหมือนเล่นเป็นเด็กๆ อยู่ดี....

คิดแล้วก็อยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งจริงๆ